Tag: คาร์ซีท

บทความ

Family Blog คาร์ซีทสำคัญแค่ไหน แม่ตูนน์เล่าเรื่องก่อนเลือกซื้อ

October 24, 2018

ไหนนนน บ้านไหนชอบได้ยินว่า ไม่ต้องซื้อคาร์ซีทหรอก ไม่ต้องเตรียมหรอก ค่อยๆ ขับ ระวังๆ ก็ไม่เป็นไรแล้ว

บ้านนี้ขอยกมือ เป็นลำดับแรกๆ เลยค่ะ ซึ่งเอาจริงๆ เนี่ย ตอนแรกก่อนมีน้อง ตัวเองก็เฉยๆ นะ ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งวันที่มีน้องต๊าตต์ และเริ่มวางแผนการเตรียมซื้อของให้เค้า

วันแรกที่แม่เริ่มเกริ่นเรื่องว่าจะซื้อ Carseat

ด้วยความที่เราเป็นแม่สายอ่านหาข้อมูลวิเคราะห์ ถามแฟนเพจ พูดคุยกับแม่ๆ คนอื่นๆ ทำให้เรารู้ว่า carseat เนี่ยเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในการเตรียมก่อนคลอดเลย เพราะหลังจากน้องออกจาก รพ. แล้วจะต้องมีพร้อม

หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ราคาสูง แลดูสิ้นเปลืองมากๆ ซึ่งตอนแรกเนี่ย ทางบ้านตูนน์ก็มีคิดแบบนั้นเหมือนกันนะ มักจะเริ่มจากคำที่ว่า “สมัยเราเด็กๆ ยังไม่ต้องใช้เลย” แต่เราพยายามอธิบายให้เค้าฟังถึงเหตุ และผล พร้อมกับยกตัวอย่างเหตุการณ์ต่างๆ ให้เค้าได้ฟัง … ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ต้องค่อยๆ อธิบายกันให้เข้าใจค่า

สำหรับตูนน์แล้ว Carseat คล้ายๆ ซื้อประกัน เอาจริงๆ ไม่มีใครอยากต้องใช้ประกันหรอก แต่มันคือการซื้อความปลอดภัย และเมื่อเกิดเหตุขึ้น เราก็มั่นใจว่าลูกเราจะปลอดภัย

tuniez

ในเมืองนอก หลายๆ ที่ถือว่า Carseat นี่เป็น สิ่งที่ต้องมาเพื่อ รับเด็กออกจากรพ. เลย ถ้าไม่มีเนี่ย บางที่เค้าไม่ให้น้องออกเลย ซึ่งในประเทศไทยยังไม่สามารถมีกฏหมายบังคับ แต่ว่าหลายครั้งหลายหนที่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ซึ่งเราไม่อยากให้มันเกิด ถึงแม้ว่าเราจะระมัดระวังแค่ไหน แต่เรื่องอุบัติเหตุ ก็ยากที่จะห้ามไม่เกิดขึ้นได้ อาจจะไม่ได้เกิดเพราะเรา แต่เกิดเพราะคนร่วมถนน

แล้ว Carseat เนี่ย ต้องเลือกยังไง?

สำหรับ Carseat ควรเลือกที่ได้รับมาตรฐาน และที่สำคัญคือ “ตอบโจทย์” ของเราให้มากที่สุด ทั้งเรื่องราคา วัสดุ และอายุการใช้งาน บางอันมีโหมดมาก วัสดุลายหรูหรา options เสริมเยอะ ก็อาจจะหลายหมื่นบาท บางอันเน้นการใช้งานง่าย ใช้ได้นาน แต่ราคาไม่แพงก็มี

อ่ะ ยกตัวอย่างของบ้านตูนน์ จะเลือกงบไว้ในใจก่อน คือซัก 9000 – 15000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่พอรับไหว เพราะเท่าที่ดูหลายๆ ยี่ห้อ เฉลี่ยๆ ก็จะอยู่ประมาณนี้ (ซึ่งแน่นอนแพงกว่านี้ก็มี ถูกกว่านี้ก็มี) จากนั้นก็จะเลือกเป็นช่วงอายุใช้งาน คือต้องใช้ได้เกิน 4 ขวบขึ้นไป

ทีนี้พอเราเริ่มศึกษาไป มันก็จะเจอว่า มันมีแบบ Belt กับ Isofix ซึ่งรถสมัยใหม่จะมี isofix เกือบทุกคันอยู่แล้ว แต่รถรุ่นเก่าหน่อยจะต้องติดตั้งแบบ belt เท่านั้น (มีรายละเอียดข้อดีข้อเสียของ 2 ระบบนี้ที่อ่านศึกษามา แต่เอาไว้มีคนถามค่อยบอกแล้วกัน)

ตูนน์เลือกแบบ Belt เพราะ พอดีที่บ้านมีรถหลายคัน ช่วงแรกต้องไปอยู่บ้านตายาย เลยคิดว่าติดตั้งแบบ Belt จะไม่ยุ่งยากมาก (แต่สำคัญมากๆ คือต้องติดตั้งให้ถูกวิธีนะคะ) คราวนี้ก็ได้สิ่งที่ต้องการคร่าวๆ แล้วก็เริ่มหา สรุปก็มาเจอแบรนด​์ Prince & Princess เป็น ซึ่งตอบโจทย์ทุกอย่างที่วางไว้ เพิ่มเติมตรงที่

  • ใช้ได้ถึง 7 ขวบ
  • เบาะนั่งแรกเกิดมี cushion แบบ ออร์แกนิค
  • มีหมอนสำหรับประคองคอเด็กแรกเกิด ออกแบบเหมือนแขนแม่โอบตัว

ก็เลยคุยกับคุณพ่อว่า เอาอันนี้ดีมั้ย ราคาไม่แพงด้วย ใช้ได้นาน พ่อก็เลยอนุมัติ แม่ตูนน์ก็เลยติดต่อร้าน http://www.babygiftretail.com/ 
เพื่อสั่งจองไป (จริงๆ จะไปเอาที่งานพวก BBB ช่วง7-8 เดือนแต่แบบ หนักพุงแม่ไปไม่ไหว เลยสั่งทางเว็ปเอา (ราคากับโปรโมชั่นก็ลองคุยกับร้านดู แต่ราคาเต็มคือ 15900 ลดเหลือ 12900 จ้า ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ราคาไม่แพงมาก เทียบกับ Spec อายุการใช้งานที่รองรับ

ขอเพิ่มเติมจุดเด่นของแบรนด์  Prince & Princess ที่แม่เลือกนะคะเผื่อแม่ท่านอื่นจะนำไปเป็นข้อมูล

คาร์ซีท Prince&Princess รุ่น DUCLE Organic
ผ้าฝ้ายอินทรีย์ออแกนิค จากขั้นตอนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดสารเคมี เนื้อผ้านุ่มสบายสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย Made in Korea  รองรับมาตรฐาน ECE

  1. เรื่องความปลอดภัย คือผ่านมาตรฐานความปลอดภัยทั้งตัวคาร์ซีท และโรงงานที่ผลิต เชื่อถือได้ ตอบโจทย์ทุกอย่างที่วางไว้เลย
  2. เรื่องของเบาะนั่งแรกเกิดมี cushion แบบ ออร์แกนิค คือดีงามสำหรับเด็กแรกเกิดที่ผิวเค้าจะแพ้หรือระคายเคืองง่าย อันนี้แม่ชอบมาก
  3. สามารถนั่งได้จนถึง 7 ขวบเลย โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการติดตั้งได้ 3 แบบ ซึ่งตอบโจทย์แม่กับพ่อสุดๆ แถมช่วยประหยัดงบ

สั่งแล้วนัดวันจัดส่งสะดวก สามารถติดตั้งเองได้ไม่ยาก (ตามคู่มือ หรือ Youtube สาธิตการติดตั้ง)

รอคุณพ่อเอาไปติดตั้งที่รถ

เป็น organic

 

หนูสต๊าตต์ วันนี้กลับบ้านแล้ว นั่งคาร์ซีทหลับสบายเลยคับ

สนใจคาร์ซีท Ducle Organic แบบ น้องสต๊าตต์ : Ducle Organic

ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่ : Tuniez Blog
เพจแม่และเด็ก : Start Baby Journey
คุณแม่ตูน คุณแม่บล็อกเกอร์ Beauty Blogger / Baby and Mom
บทความ

วิธีฝึกลูกให้นั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น

August 17, 2018

วิธีฝึกลูกให้นั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น

1. สร้างความเคยชินให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่เกิด

คิดว่าคุณแม่ต้องเคยได้ยินคำว่า “ ยิ่งฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี ” ถ้าเริ่มใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่นำลูกออกจากโรงพยาบาล จะฝึกลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายมากกว่า

ส่วนครอบครัวไหนที่เริ่มหัดนั้งคาร์ซีทหลังจากนั้น แนะนำว่าถ้าซื้อคาร์ซีทมาแล้วให้ลูกลองนอนเล่นที่บ้านดูก่อน ช่วยให้เขารู้สึกว่าเป็นที่นั่ง หรือที่นอนประจำตัวของเขา สร้างความคุ้นเคย และคุณแม่สามารถสังเกตได้ว่าลูกอึดอัด หรือสบายตัวแค่ไหน ก่อนพาลูกนั่งคาร์ซีทออกไปท่องเที่ยวนะคะ

2. คุณแม่คอยนั่งให้กำลังใจลูกข้างๆ

ข้อนี้ถือเป็นอีกเรื่องที่ในช่วงแรกๆอยากให้คุณแม่หรือคุณพ่อทำดูนะคะ เพราะถ้าลองสังเกตดีๆเด็กๆมักจะร้องไห้เพราะไม่เห็นคุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ๆ การที่มีคุณแม่มาคอยให้กำลังใจ นั่งพูดคุยด้วย ทำให้ลูกได้ยินเสียง ได้สัมผัสมือที่อบอุ่นคุ้นเคยจากแม่ จะทำให้เขาหยุดร้องไห้ได้ง่ายขึ้น อุ่นใจ แล้วเรายังจะคอยกล่อมเขาให้หลับได้ด้วยนะ

3.พกของเล่นคู่ใจลูกติดรถไว้ช่วยได้

ถ้าลูกนั่งคาร์ซีทแล้วยังร้องไห้อยู่ ลองหยิบตุ๊กตาคู่ใจ หรือของเล่นมีเสียงมีไฟ มาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของลูกดูค่ะ นอกจากจะช่วยให้เขาหันมาสนใจสิ่งของตรงหน้าแล้ว ยังเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็น หรือด้านกล้ามเนื้อมือต่างๆที่เขาได้ลองหยิบจับหรือกดปุ่มต่างๆเล่นด้วยค่ะ

4. นมหรือขนมช่วยให้ลูกหยุดร้องได้

แน่นอนว่าการเดินทางที่ยาวนานลูกอาจจะต้องหิวกันบ้าง ซึ่งเด็กจะแสดงออกด้วยการร้องไห้ ก่อนจะทำวิธีอื่นๆลองเช็คดูว่าลูกหิว หรือว่าถึงเวลาให้นมแล้วหรือยัง ถ้าลูกหิวก็แวะพัก จอดรถให้ลูกดื่มนมให้อิ่มและสบายตัวก่อนนะค่ะ  หลังจากนั้นเขาก็จะได้เวลางีบหลับตามธรรมชาติของเด็กค่ะ

5.สร้างกิจกรรมด้วยการร้องเพลงหรือเล่านิทาน

หากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันกับลูกได้ เช่นร้องเพลง เล่านิทาน หรือเล่าอธิบายเรื่องการนั่งคาร์ซีทให้ลูกฟังด้วยก็ได้ค่ะ ลูกจะค่อยๆทำความเข้าใจ  และวิธีเหล่านี้จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ และช่วยเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเลยละค่ะ

และสิ่งที่จะต้องเจอในช่วงฝึกลูกนั่งคาร์ซีทก็คือ น้ำตาของเจ้าตัวน้อย ที่ร้องไห้จนคุณแม่หลายๆคนต้องอุ้มลูกออกจากคาร์ซีทมาปลอบกันก่อน เข้าใจเลยนะค่ะว่าการเป็นแม่ที่จะต้องเห็นลูกร้องไห้นั้นทรมานขนาดไหน แต่คุณแม่ต้องใจแข็งไว้นะค่ะ ถ้าลูกร้องให้เข้าไปพูดคุยและค่อยๆอธิบายกับลูก ถึงจะยังฟังไม่เข้าใจแต่ถ้าได้ฟังไปเรื่อยๆลูกจะเกิดการเรียนรู้ จะเริ่มเข้าใจว่าเมื่อขึ้นรถตรงนี้คือที่นั้งประจำของเขา แต่ถ้าลูกร้องไห้ ดิ้นไม่หยุด และมีท่าทีว่าจะแรงขึ้นให้เปลี่ยนเป็นการแวะพัก พาลูกออกมาอุ้ม เดินเล่นพูดคุยกับลูกให้รู้สึกผ่อนคลายก่อน แล้วให้ลูกกลับไปนั่งในคาร์ซีทใหม่ เพราะสิ่งที่ลูกต้องการที่สุดก็คือกำลังใจและไออุ่นจากคุณพ่อคุณแม่นี้แหละค่ะ

ช่วงแรกๆคงจะต้องเจอน้ำตาหนักหน่อยนะค่ะ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ผ่านไปได้ ไม่เอาลูกออกจากคาร์ซีท รับรองว่าครั้งต่อๆไปลูกจะร้องน้อยลงและยอมนั่งคาร์ซีทได้ง่ายๆ คราวนี้แหละคุณพ่อคุณแม่ก็จะเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยค่ะ

Prince and Princess ของเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนผ่านพ้นการฝึกลูกนั่งคาร์ซีทไปได้ด้วยดีนะคะ

และคุณพ่อคุณแม่เองก็อย่าลืมเลือกคาร์ซีทที่นุ่มสบายตัวให้กับลูก อย่างคาร์ซีท รุ่น Ducle Organic ที่เน้นปกป้องจุดที่บอบบางของลูกตลอดทั้งช่วงตัว ผิวสัมผัสนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี ใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 7 ปี

บทความ

ปกป้องลูกน้อยบนท้องถนนด้วยคาร์ซีทนำเข้าจากเกาหลี!

December 14, 2017

สวัสดีค่า วันนี้มีอะไรดี ๆ มาฝากกันเช่นเคยค่ะ : ) บ้านเราเพิ่งกลับจากการพักผ่อนส่งท้ายปิดเทอมที่หัวหิน ครั้งนี้เดินทางกันสามคนพ่อแม่ลูก ระยะทางจากบ้านเราไปหัวหินใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าต้องอุ้มลูกวัย 3 ขวบไปตลอดทางก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังน่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย เราเลยขอมารีวิวตัวช่วยดี สำหรับทุกครอบครัว นั่นคือคาร์ซีท ตัวนี้นำเข้ามาจากเกาหลีเลย เค้ามีชื่อแบรนด์น่ารัก ๆ ว่า “Prince&Princess” เราซื้อมาจากร้าน Babygift ค่ะ

(ภาพจาก http://www.babygiftretail.com)

คาร์ซีท รุ่น DUCLE จากแบรนด์ “Prince&Princess” สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ขวบ จะมีความพิเศษตรงที่ ใช้วัสดุผ้าฝ้ายออร์แกนิค ที่สามารถระบายอากาศได้ดี ปลอดสารเคมี นุ่มนิ่ม สบายตัว : ) แถมยังปลอดภัยมากกว่าด้วยสายเบลท์ 5 จุดที่ปรับได้ถึง 4 สเต็ป มาพร้อมเบาะรองคาร์ซีทที่ใช้ได้ถึง 2 ด้าน และรองรับแรงกระแทกได้ดีเป็นพิเศษด้วยวัสดุพรีเมียม!

คาร์ซีทค่อนข้างใหญ่ นั่งสบาย ปรับเอนได้ถึง 4 ระดับ

บนคาร์ซีทจะมีภาพวิธีปรับ ตั้งค่าต่าง ๆ ช่วยให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับเด็กเล็กจะมีชุดซัพพอร์ตเพิ่มเติม เป็นหมอนประคองศีรษะ-ต้นคอ และ หมอนรองสะโพก ที่ช่วยประคองหลังและสะโพกได้อย่างดีค่ะ แต่ลูกเราโตแล้วเลยไม่ได้ใช้สองชิ้นนี้

ด้านข้างก็จะมีตัวกลม ๆ แบบนี้ ซึ่งจะวัดระดับองศาในการนอนที่เหมาะสม
ถ้าลูกกลม ๆ สีแดงอยู่ในช่องสีฟ้า ก็ถือว่าเป็นองศาที่พอดีค่ะ

สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 9 โล การนั่งจะหันหน้าเข้าเบาะ ส่วนเด็กโตหน่อย สามารถหันหน้าไปหน้ารถปกติได้เลย และเด็ก 4 ขวบขึ้นไป ควรใช้เบลท์ของรถยนต์คาด ลักษณะนี้จะเรียกว่า Booster ซึ่งจะเป็นการฝึกให้เด็กเตรียมพร้อมสำหรับการนั่งเบาะรถยนต์ในอนาคตค่ะ

สำหรับการติดตั้ง และคำแนะนำต่าง ๆ พนักงานที่ร้าน Babygift ก็พร้อมบริการลูกค้าทุกคนค่ะ ประทับใจมากตรงนี้ จนต้องมาเขียนรีวิวยาว ๆ กันเลยทีเดียว ^^ ถ้าซื้อออนไลน์ พนักงานส่งสินค้าก็สามารถให้คำแนะนำได้เช่นเดียวกัน

เอาบรรยากาศวิวทะเลสวย ๆ ที่ Seen Space มาฝากกันค่ะ

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้เสมอ บางครั้งเราระมัดระวังแล้วแต่คนที่ประมาทอาจไม่ใช่เราค่ะ ดังนั้นควรป้องกันไว้ก่อน ด้วย เพราะเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ ถูกออกแบบมาเพื่อสรีระของผู้ใหญ่ ดังนั้นแน่นอนว่าอันตรายค่ะ การใช้คาร์ซีทจึงเป็นทางเลือกในการปกป้องและลดความรุนแรงที่ดีกว่า อย่างที่ต่างประเทศนี่ มีเป็นกฎหมายบังคับใช้กันเลยนะคะ

ขอบคุณรีวิวของน้องมิลิน จาก : a day with Minimilin

บทความ

พาลูกเที่ยวปลอดภัยกับคาร์ซีท DUCLE Organic

June 6, 2017

รีวิวคุณแม่พาลูกเที่ยวปลอดภัยกับคาร์ซีท DUCLE Organic

ก่อนอื่นขอระบายอารมณ์ อารัมภบทสักนี๊สสสนะคะ มีลูกเล็กจะไปไหนมาไหน ก็แสนจะลำบาก ตั้งแต่เริ่มการเตรียมเสื้อผ้า ของใช้ ของเล่นที่นางชื่นชอบ หมอนเน่า ผ้าห่มเน่า ยาทากันยุง(ต้องแบบออร์แกนิค เท่านั้น เพราะผิวเด็กบอบบางมากจร้า) ขึ้นรถแล้วก็ใช่ว่าจะสบาย อุ้มสิจ๊ะ ตลอดทางใกล้ไกล คุณแม่เป็นไงหล่ะก็เป็นเหน็บชากันไป อีกอย่างแม่คาดเบลล์ไม่ได้เพราะอุ้มลูก หากเกิดการเบรกกะทันหันก็หัวทิ่มหัวตำ เจ็บตัวทั้งแม่ทั้งลูก นี้เบรคเบาๆนะ ถ้าอุบัติเหตุรุนแรง โอ้ยย ไม่อยากจะคิดเลย ต้องรีบหาตัวช่วยด่วนๆๆ เลยคะ…!!!

และแล้วก็เป็นความโชคดีของครอบครัวเราที่ได้ตัวช่วยดี้ดี คาร์ซีทรุ่นใหม่ล่าสุด!!!! แบรนด์Prince&Princess จากประเทศเกาหลี เพื่อเตรียมการเดินทางช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ วันนี้ก็เลยถือโอกาสมารีวิวคาร์ซีทรุ่น DUCLE Organic กันอย่างละเอียดเลยจร้า…^^

คุณแม่ชอบสีคาร์ซีท สีน้ำเงินคล้ายๆผ้ายีนส์ดูเท่ส์ดี เหมาะกับลูกชาย และชอบที่สุดก็คือเนื้อผ้าฝ้ายเป็นออร์แกนิค ซึ่งเท่าที่รู้ไม่มียี่ห้ออื่นทำ ออร์แกนิคดีเพราะปลอดสารเคมี นุ่มสบาย เหมาะสำหรับเด็กทารกที่มีผิวบอบบาง แล้วก็แพ้ง่าย ที่เบาะมีปักคำว่า Organic ด้วย เป็นคาร์ซีทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โอ่ววเลิศคร้า!!!

ที่เลือกคาร์ซีท DUCLE ก็ไม่ใช่แค่ออร์แกนิคนะ เพื่อความปลอดภัยก็ต้องมั่นใจกับมาตรฐานความปลอดภัยด้วย รุ่นนี้มีมาตรฐานสากล ECE ด้วยนะ มั่นใจได้กับความปลอดภัย

  

คาร์ซีท DUCLE ใช้สุดคุ้มยาวๆไป ลูกนั่งได้ถึง 7 ขวบ สบายเลยไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ เซฟเงินในกระเป๋าคุณแม่ไปได้เยอะเลย และก็ยังมีคุณสมบัติอีกเพียบ อยากรู้แล้วช่ายยยป่ะ ว่ามันจะมีอะไรพิเศษอีก มาดูกันคร้าาา

เป็นคาร์ซีท 3 Step ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด อยากจะปรับเปลี่ยนก็ง่ายๆ ลูกเริ่มโตตัวใหญ่ขึ้น ก็ค่อยๆขยับขยายเอา ปรับได้ไม่ยากค่ะ

Step เด็กแรกเกิด ก็ต้องติดตั้งแบบหันหน้าเข้าเบาะเท่านั้น ก็ตามมาตรฐานสากลนั้นแหละ ที่เคยรู้ๆ มาว่าคอและศีรษะเด็กยังไม่แข็งแรง ถ้านั่งแบบหันหน้าออก เบรกแรงหน่อยก็คอพับแล้ว เป็นอันตรายสุดๆ เค้าถึงให้หันหน้าเข้าเบาะแทน และก็ปรับเอนนอนไปเลย เด็กเล็กต้องนอนทั้งวันเพื่อพัฒนาการที่ดีด้วย ถ้าที่ตัวคาร์ซีทก็เบอร์ 4 เลย

ด้านข้างก็จะมีไอ้ตัวกลมๆนี้ด้วย มันก็คือที่วัดระดับองศาการนอนนั้นเอง ให้ลูกกลมๆสีแดงอยู่ในสีฟ้า ถือว่าองศาที่พอดีค่ะ

  

เด็กแรกเกิดก็ต้องดูแลเยอะหน่อย ชุดSupport 2 ชิ้นนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ หมอนชิ้นบนไว้ประคองศีรษะต้นคอ หมอนชิ้นล่างไว้ประคองช่วงสะโพก เด็กเล็กๆถ้าได้นอนกับชุด Support ก็จะกระชับรองรับได้พอดีตัวเลยค่ะ

หมอนชิ้นบนที่ช่วยประคองศีรษะต้นคอ ก็ปรับด้านข้างเข้าได้ด้วย สำหรับเด็กตัวค่อนข้างเล็ก เวลานอนจะได้ไม่โยกไปโยกมา ปรับให้พอดีจะได้ไม่เป็นอันตรายนะคะ

หมอนรองสะโพก ช่วยโอบประคองหลังและสะโพกได้อย่างดี มีความกว้างที่ช่วยประคองได้ทั้งตัว เหมือนโอบกอดด้วยไออุ่นจากแม่เลย ว้าววว!!! ลูกน้อยแล้วคงฟินน่าดูเนอะ…^^

มีเบลล์ที่ตัวคาร์ซีทด้วย ถ้าเรียกอย่างเป็นทางการ เรียกว่าเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ต้องล็อคทุกครั้งที่ให้ลูกนั่งคาร์วีทนะจ๊ะ ให้ลูกนั่งคาร์ซีทแต่ไม่ล็อคเบลล์ให้ครบทั้ง 5 จุด ลูกกระเด็นออกมา บาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตได้เหมือนกัน


ล็อคเบลล์แล้วไม่พอดีก็แค่กดปุ่มแดง อยู่ตรงกลางระหว่างขาของลูกนั้นแหละค่ะ กดค้างไว้แล้วก็เอามืออีกข้างค่อยๆคลายสายให้หลวมๆไปก่อน พอเอาลูกนั่งเอาสายเบลล์คาดจากไหลาลงมาแล้วก็ล็อค คือล็อคแบบ 5 จุด ถ้าหลวมไปก็ดึงสายตรงที่มันอยู่กะปุ่มแดง เอาแบบตึงพอดีๆนะ ตึงไปเดี๋ยวลูกอึดอัด แล้วก็จะงอแงอีก พอลูกร้องก็ใจอ่อนอุ้มนั่งตัก ก็นั่งกันไม่เป็นกันพอดี ไม่ปลอดภัยนะ

Step ต่อมาก็เริ่มประมาณ 1 ขวบขึ้นไป เด็กเริ่มโตแล้วก็เอาชุด Support ออกได้เลย กว้างขึ้นเยอะเลย

ติดตั้งแบบหันหน้าออกไปทางหน้ารถได้แล้ว และก็ปรับเอนได้ถึง 3 ระดับเลย เด็กเริ่มโตแล้วจะไม่ค่อยอยากนอก คุณแม่ก็ปรับให้เบาะตั้งขึ้นเพื่อให้น้องมองออกไปนอกหน้าต่างได้อย่างพอดีค่ะ ใช้ระดับที่ตัวเลข 1 2 หรือ 3 ก็ได้

ถอดชุด Support ออกแล้ว จะเห็นเบาะรองนอนอีกชั้นเป็นสีขาวๆครีมๆ พิเศษตรงที่มันใช้ได้ 2 ด้าน 2 ฤดู ถ้าด้านที่มีรูระบายอากาศ ก็ใช้เวลาที่อากาศร้อน แต่ถ้าอากาศเย็น ก็เปลี่ยนด้านใช้ด้านที่เป็นผ้าคอตตอนเนื้อหนานุ่มทำให้อบอุ่นขึ้นด้วย มันเยี่ยมที่สุดเลย !!!

เห็นช่องๆที่อยู่ด้านหลังเบาะกันไหม เป็นช่องสำหรับปรับสายเบลให้เลื่อนขึ้นไปเพื่อให้เหมาะกับลูกที่ช่วงตัวเริ่มสูงขึ้น วิธีปรับก็แสนจะง่าย เปิดช่องที่ด้านหลัง ถอดสายออกแล้วก็สอดสายขึ้นไปอีกช่องได้เลยค่ะ

  

Stepที่ 3 ถอดสายเบลล์และแผ่นเบาะรองนอนสีขาวออกได้เลยค่ะ Stepนี้ เหมาะกับเด็ก 4 ปีขึ้นไป และควรปรับที่นั่งคาร์ซีทให้อยู่ในระดับตั้งสุด เบอร์1 เพราะเด็กในช่วงนี้จะอยู่ในช่วงต้องการการเรียนรู้ สนใจสิ่งรอบข้าง จึงต้องปรับให้อยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและสามารถมองทิวทัศน์ภายในนอกได้อย่างพอดี

ถ้าลูกเริ่มโตถึง 4 ขวบแล้ว ตัวโตแล้วก็ใช้เบลล์ที่ตัวรถได้เลยค่ะ

วัสดุมีความนุ่ม สังเกตจากนิ้วสิคะ รู้สึกถึงความยืดหยุ่นได้ดี นี้ก็คงเป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ลดการบาดเจ็บ เมื่อเกิดอุบัติเหตุได้

พนักพิงที่ด้านข้างก็มีขนาดใหญ่ก็ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดีเช่นกัน

พนักพิงสูง 57 cm. / พนักพิงกว้าง 40 cm. / ช่วงเบาะนั่งกว้าง 30 cm.
คุณแม่อยากให้คนอ่านรู้ว่ามันกว้าง นั่งสบายจริงๆนะคะ เลยวัดส่วนสูง ความกว้างมาให้ดูตามนี้เลยค่ะ


สรุปแล้วที่เลือกคาร์ซีท DUCLE เพราะเป็นผ้าฝ้ายออร์แกนิค ปลอดสารเคมี ปลอดภัยด้วยการรองรับแรงกระแทกได้ดีจากวัสดุนุ่มพิเศษ และมีสายเบลล์ 5 จุดที่ตัวคาร์ซีท และก็เพิ่มความสบายด้วยเบาะรองคาร์ซีทที่ใช้ได้ 2 ด้าน ปรับการใช้ได้ร้อนและเย็น

***หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาคาร์ซีทดีๆสักตัว เพื่อลูกน้อยที่คุณรัก และอย่าลืมติดตามรีวิวต่อๆไปด้วยนะคะ

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม : Ducel Organic